LustOfLove

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้ชาย (Nanshoku) ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมีมาช้านาน ปรากฏในศิลปะต่างๆ เช่น วรรณกรรม จิตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคเอโดะสมัยกลาง (Middle Edo Period: 1700 - 1800) นั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของ Nanshoku

ไม่ว่าจะเป็น Nanshoku jaya ร้านน้ำชาสำหรับผู้ชาย หรือแหล่งรวมโสเภณีชายเพื่อบริการผู้ชายที่เริ่มปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก และเปิดบริการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายควบคู่กับโสเภณีหญิง Fuzoku ภาพเหมือนเด็กผู้ชายที่หน้าตาจิ้มลิ้ม และ Onna-girai ภาพแสดงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้ชายด้วยกัน สิ่งเหล่านี้สามารถพบได้ทั่วไป รวมทั้ง Kyogen เรื่องตลกที่นำมาคั่นระหว่างการแสดงละครโนห์และคาบุกินั้น นิยมนำเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้ชายภายในตำนานเรื่องเล่าทางพุทธศาสนามาล้อเลียน เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างเทพเจ้า ความสัมพันธ์ระหว่างพระและฆราวาส

ต่อมายุคเมจิ (Meiji Period:1868 1912) ที่เป็นยุคแรกของยุคสมัยใหม่ (Kindai) ญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาประเทศโดยการรับอิทธิพลจากตะวันตกในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการศึกษา และเทคโนโลยีทางการทหาร ก่อนเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่2 ในยุคโชวะ (Showa Period: 1926 1989) ความสัมพันธ์แบบ Nanshoku จึงเริ่มไม่ค่อยได้รับการยอมรับมากนัก เนื่องจากอิทธิพลของคริสตศาสนา และความสำคัญของซามูไรที่ลดน้อยลง ทำให้ Nanshoku jaya ต้องปิดกิจการลงจนเหลือเพียงตามหัวเมืองสำคัญเท่านั้น เช่น เกียวโต โอซาก้า เอโดะ (โตเกียวในยุคปัจจุบัน) ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้ชายในสมัยนี้ จึงเป็นการเลี้ยงดูนักแสดงบทผู้หญิงในคาบุกิมากกว่ารูปแบบอื่น

จนกระทั่งในปัจจุบันยุคเฮเซ (Heisei Period: 1898 Present) ความสัมพันธ์แบบ Nanshoku ก็เริ่มปรากฏตามสื่อหลากหลายประเภท เช่น นิตยสาร การ์ตูน อินเตอร์เนต มากยิ่งขึ้น

****

ปล. ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเพิ่งหาไฟล์อันนี้เจอก็เลยนำมาลงช้าไป

Sex Toys หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับความสุขทางเพศ (Pleasure) ไม่ใช่เพื่อการมีเพศสัมพันธ์ (Sexual Intercourse) เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้สามารถใช้สำหรับการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation) ด้วย

Sex Toys ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าเริ่มต้นปรากฏขึ้นมาครั้งแรกในสมัยใด เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นก็ให้นิยามแตกต่างกันออกไป เช่น กระจกเงาสามารถนับเป็นSex Toys อย่างหนึ่งตามความเชื่อของคนจีน แต่คนยุโรปไม่นับว่ากระจกเป็น Sex Toys ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น

หากเราจะจัดประเภทว่าสิ่งใดบ้างคือ Sex Toys บ้าง เราอาจจะต้องใช้วัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มความสุขทางเพศมาเป็นเกณฑ์ ดังนั้น Sex Toys อาจจะรวมไปถึงถุงยางอนามัย และสื่อต่างๆ ด้วย ถึงแม้ว่าจะมีข้อถกเถียงว่าประโยชน์โดยตรงของถุงยางอนามัยคือการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิด แต่ในปัจจุบันถุงยางอนามัยก็มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น เช่น กลิ่นต่างๆ ผิวขรุขระ หรือเคลือบยาชา แต่เรามักจะนึกถึง Sex Toys ในการมีเพศสัมพันธ์แบบSadism-Masochist เท่านั้น

วัสดุที่นำมาใช้ผลิต Sex Toys นั้น มีหลากหลาย แต่ละประเภทจะให้สัมผัสที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น Silicone ให้สีธรรมชาติและดูแลรักษาง่ายจึงนิยมนำมาเป็นวัตถุดิบมากที่สุด Jelly ให้สัมผัสยืดหยุ่นคล้ายกับน้ำ PVC และโลหะให้สัมผัสที่เย็นและกระด้าง Cyberskin หรือผิวหนังเทียมให้สัมผัสเหมือนกับผิวหนังมนุษย์มากที่สุด ตลอดจนวัสดุธรรมชาติจำพวกไม้หรือผักผลไม้ต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานต่ำ แต่อันตรายก็จะต่ำกว่าวัสดุสังเคราะห์เช่นเดียวกัน

Sex Toys เหล่านี้ ใช้ในการกระตุ้น G-spot ที่มาจากชื่อของ Ernst Grafenberg สูตินารีแพทย์ชาวเยอรมันที่ค้นพบบริเวณที่ไวต่อการสัมผัสในบริเวณผนังช่องคลอดในปีค.ศ.1950 โดยเชื่อกันว่าจุดนี้ก็มีในทวารหนักของผู้ชายด้วยเช่นกัน



edit @ 2006/03/03 00:55:10

อันนี้เป็น Talk เม้าท์ๆ ของเราสองคนหลังจากที่ทำงานในเรื่อง Lust of Love จบลง ก็เลยเอามาให้แฟนๆ ได้อ่านว่าเราสองคนรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้นะคะ

สิ่งที่ประทับใจ-เกลียดมากที่สุด
P:
สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุดในเรื่องนี้ คงจะเป็นการทำงานในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะส่วนของภาคผนวกที่ต้องหาข้อมูลมาประกอบมากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก จนคิดว่าคนอ่านสามารถนำไปทำรายงานได้ (ถ้าอยากได้บรรณานุกรมสามารถเมล์มาถามได้นะคะ) ส่วนที่ไม่ค่อยชอบก็คงจะเป็นส่วนที่ใช้เวลามากกว่าที่คิด แต่ก็สนุกดี ไม่ได้ทำงานอย่างนี้มานานแล้วเหมือนกัน รำลึกความหลังแบบคนแก่เลยวุ้ย

N: สิ่งที่ประทับใจคือ... เอ่อ... ไวเบรเตอร์... อย่าเข้าใจเราผิดนะคะ แต่ว่า... แหม... ชอบตอนที่นายเอกมีไวเบรเตอร์อยู่ในก้นตอนที่ยังอยู่ในงานเลี้ยง ไม่ค่อยเจอนิยายที่มีฉากแบบนี้ (ยกเว้นนิยายเกย์) สักเท่าไร ส่วนเรื่องที่ไม่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องข้อมูลที่มั่วมาก ทำให้เรานั่งคิด นอนคิด และฝันถึงการนั่งหาข้อมูล

ตัวละครที่ชอบ-เกลียดมากที่สุด
N:
แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องคู่ เซนโนะกับทาคาเนะ สองคนนี้น่ารักสุดๆ หวังอยู่ลึกๆ ว่าคู่นี้จะเป็นแบบ switch (กรี๊ดดดด!) ส่วนคู่ที่ชอบรองลงมาคือคู่ของชิมาโมโตะกับพ่อของอิทสึกิค่ะ เสียดายที่สุดคือไม่รู้นามสกุลทาคาเนะ และชื่อของพ่ออิทสึกิ

P: เห็นด้วยเลยจ้า และพวกเราก็พยายามทำให้พระเอกดูน่ารักและมีความรู้สึกอย่างอื่นด้วย นอกจากหื่นอย่างเดียว


ทำงานนี้แล้วได้เรียนรู้อะไรบ้าง
P: หลายอย่างเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องความอึดของร่างกายที่อดหลับอดนอนได้ดีเลยแฮะ รวมทั้งภาษาที่หลากหลายของแต่ละคนที่แทบจะตีกันตายตอนทำงาน

N: การพิมพ์ ตอนนี้สามารถพิมพ์ได้เร็วขึ้น

สิ่งที่จะทำหลังจากเสร็จงานนี้เป็นอันดับแรก
P: กลับบ้าน อาบน้ำ นอน

N: นอน นอน นอน และอ่านหนังสือสอบ

สิ่งที่อยากจะบอกกับผู้อ่าน
P: หนึ่ง ส่วนใหญ่ก็คงเป็นเรื่องการสะกดคำแบบแปลกๆ ที่เราก็ไม่มั่นใจจนต้องเปิดพจนานุกรมเป็นระยะสอง Sex Toy ที่แปลมาว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ สิ่งที่น่าขยะแขยง แต่ในภาษาไทย คำเหล่านี้กลับไม่มีออกมา เพราะอิฉันรับไม่ได้ค่ะ ตัดออกหมดยกเว้นผู้แต่งจะทำให้อิทสึกิจะติดใจไวเบรเตอร์จนไม่สนใจโคโนเอะอีกต่อไป Sex Toy คงกลายเป็นสิ่งที่มีปัญหาขึ้นมาทันที สามตัวเองต้องอาศัยรายการทีวีแชมเปี้ยนช่วงการสร้างบ้านให้สัตว์เลี้ยงจนเข้าใจคอนเซปต์ของวาคาโกะ หลังจากที่พยายามคิดภาพอยู่นาน สุดท้ายคิดว่าต่อไปหวังจะมีโอกาสได้มาพบเจอคนอ่านอีก (มั้ง)

N:หนึ่ง คำว่าแค็ตตาล็อก (แบบสะกดถูก) สะกดได้อุบาทว์มาก สอง พี่น้องตระกูลมิลเลอร์มีกี่มิลเลอร์ก็ไม่รู้ในค.ศ. 1920 แต่ที่แน่ๆ คือไม่ดัง สาม รักเซนโนะกับทาคาเนะที่สุดแต่รักคนอ่านมากกว่า